เงียบหายไปน๊านนานนน กว่าเครือข่ายมือถือโทรน๊านนานน

จริงๆ เพราะมาหมกตัวอยู่เมืองหนาวๆ ทำตัวเหงาๆ ได้ปีกว่าแล้วล่ะ

แต่วันเกิดปีนี้พิเศษกว่าปีอื่นหน่อย 

ตรงที่ไม่มีใครรู้เลย!! เพราะไม่มีคนรู้จักที่สนิทอยู่ที่นี่อ่ะดิ เศร้า

มันเริ่มต้นก่อนเที่ยงคืนค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่วาโรเนสส่งข้อความมาให้ออนสไกป์

แต่วันนั้นเน็ตตาย เลยไม่รู้เรื่อง พอเที่ยงคืนพี่คนไทยก็โทรมาหา ถามว่าทำไมไม่ออน

ตอนนั้นคือพี่คนไทยแล้วก็เพื่อนๆ ที่นั่นเขาเตรียมเค้กไว้จะเซอร์ไพรส์ผ่านสไกป์

เขาก็เลยร้องเพลงวันเกิดให้ทางโทรศัพท์แล้วก็ช่วยกันอวยพร  

ส่วนข้าพเจ้าก็นอนขด อยู่ห้องมืดๆ ฟังเสียงเพื่อนๆ ...ช่างเหงาอะไรอย่างนี้

 

ตอนเช้าก็ตั้งใจว่าจะไปสถานีรถเมโตร จะได้ซื้อโมเด็มเน็ตใหม่ด้วย

ร่มพร้อม เสื้อกันหนาวพร้อม ฝนตกปรอยๆ ข้าพเจ้าก็เดินไปป้ายรถเมลล์อย่างมาดมั่น

 


เงียบมากอ่ะ ฝนปรอยๆ คนน้อยๆ ...ช่างเหงาอะไรอย่างนี้

ยืนรออยู่ประมาณชาติกว่าๆ ลมแรงมว๊ากกกว่า ว่าแต่...รถสายอะไรหว่า = =

หลังจากนั่งรอ ยืนรอจนเมื่อยตุ้ม ข้าพเจ้าก็นึกขึ้นได้ว่า เมโตรมันต้องเป็นตัวเอ็มชัวร์ป้าบบบ

ฉะนั้นถึงจะจำชื่อสถานีไม่ได้ แต่เห็นตัวเอ็มปุ๊บ ข้าพเจ้าก็...โดดขึ้นปั้บบ

จ่ายค่ารถเมลล์ไปยี่สิบเอ็ดรูเบิ้ลถ้วน แพงโคดดด

แล้วก็ถูกต้องค่าาา สักพักเจ้ารถเมลล์คันนั้นก็นำพาเรามาพึงสถานนีรถเมโตรในที่สุด





ก่อนข้ามถนนไปสถานี แวะถ่ายรูปแม่น้ำของเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเวนิสตะวันออกซะหน่อย 

ซึ่งหลังจากสำรวจมาพักใหญ่ๆ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันคล้ายเวนิสตรงไหน = =

 











นั่นไงสถานนีเมโตร ในที่สุดเราก็มาถึงค่าาา

ตึกๆ ข้างหลังนั่นคือทางเข้า แต่จุดหมายที่แท้จริงของเราไม่ใช่เจ้ารถไฟใต้ดินนี่หรอก

มันคือ....

 








แถ่นแถ๊นนนน ร้านเครือข่ายมือถือข้างๆ นี่ต่างหาก

หลังจากอยู่ดีๆ เน็ตก็ตายอย่างไม่สาเหตุ ข้าพเจ้าเลยได้ฤกษ์ต้องเอาโมเด็มแอร์การ์ด

มาเปลี่ยนซิมที่นี่เหละ

ซึ่งเจ้คนขายก็เหลือเกิน ตอนทักก็ทักภาษารัสเซียนะ แต่เหมือนเจ้จะเห็นเป็นคนต่างชาติ

เลยพยายามพูดอังกฤษด้วย ...ภาษาอังกฤษข้าพเจ้าไม่ได้แย่หรอกนะ 

แต่สำเนียงเจ้เนี่ย สุดๆ จริงๆ จนข้าพเจ้าต้องบอกว่า   "ขอภาษารัสเซียแทนได้ไหมเจ้"

ถึงภาษารัสเซียข้าพเจ้าจะอ่อนด๋อยเพียงใดก็ตาม แต่มั่นใจว่าฟังรู้เรื่องกว่าแน่นอน + +

 หลังเถียงกันอยู่สองสามยก และเสียเงินไปสี่ร้อยรูเบิ้ลถ้วน

ชีก็บอกว่าต้องรอสามชั่วโมง!! อินเตอร์เน็ตเจ้ากรรมเนี่ยถึงจะใช้ได้!

ป๊ะ แล้วจะไปทำอะไรวะตั้งสามชั่วโมง ไม่ได้มีเพื่อนให้ไปจัดปาร์ตี้วันเกิดด้วยซะหน่อย

เลยตัดสินใจ "เดินกลับ"  เป็นการถ่วงเวลาตัวเอง ๕๕๕






 
และนี่คือเส้นทางของเราค่ะ เดินไปจนสุดตึกนู้นนนนน เลี้ยวขวา แล้วไปอีกระยะทางเท่ากัน
จะถึงหอข้าพเจ้าแล้วววว ช่างใกล้อะไรอย่างเน้!! (ประชด)










ตรงลูกศรคือไปรษณีย์ของรัสเซียค่ะ เดินผ่านเลยถ่ายมาให้ดูเล่นๆ











 เด็กมือบอน ทาสีบนพื้นด้วย

(เป็นวันเกิดที่ไร้สาระจริงๆ ถ่ายมาแต่รูปอะไรฟระเนี่ยย!!)

 และแล้วข้าพเจ้าก็ตัดสินใจได้ว่า "ไปทะเลกันดีกว่า" เย่ะ!~

ใกล้ๆ หอข้าพเจ้ามีทะเลใกล้ๆ อยู่ เพราะฉันนั้นเดินยาวววววววววว











 ถ่ายจากหน้าหอค่ะ มองไปสุดพื้นดินนู้นน เป็นทะเลแล้ว

แอบเห็นม้านั่งเหงาๆ อยู่กลางสายฝนด้วย








ซูมเข้าไปๆๆ ตอกย้ำความเหงากันให้เต็มที่ ว๊ากก
 







กับสนามเด็กเล่นร้างๆ  ...ช่างเหงาอะไรอย่างนี้



 โอ๊ะ ลีมูซีน!! มีคนแต่งงานกันในวันหนาวๆ(เหงาๆ) อย่างงี้ด้วยง่ะ
ถือเป็นเรื่องดีจริง (*ซับน้ำตา)







จะถึงละ เดี๋ยวเราปีนข้ามบันไดตรงนํ้นไป ก็จะถึงทะเลแล้ววววว


แค่พ้นบันไดนี้ไปเท่านั้น!!!
 
 
แต่คุณผู้ชมคะ...มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก
ก็มันดันมีป้าย "ห้ามผ่าน" (มีไว้ทำไมยะ)







เลยต้องมาเดินเลาะเส้นทางอันยาวไกลนี้แทน
โอ้ย น้ำตาจะไหล แค่ไปทะเลก็ต้องขัดขวางกันด้วย





ลิบๆ นู้นนนน มีท่าเรือด้วยล่ะ
เห็นเรือสำราญไหมคะ ท่านผู้ชมมมม (*เริ่มเข้าโหมดเหงาจนเพิ้ยนแล้ว)
 
และแล้วข้าพเจ้าก็มาถึงทะเลจนได้ เย้





นี่เป็นซากที่เหลือจากการแคมป์ปิ้งริมทะเลสาบของใครก็ไม่รุ้





เห็นทะเลแล้วสดชื้นๆๆ คุ้มแก่การเดิน (แต่ยังไม่ครบสามชั่วโมงเลยนะ!!)
ว่าแล้วก็... เดินกลับเหอะ 
อ่ะ เก็บมาฝากจากข้างทาง ...ช่างเหงาอะไรอย่างนี้
แล้ววันเกิดของข้าพเจ้าก็จบไโดยไม่ได้ทำอะไรเลย แบบว่า"เลย" ด้วยประการละฉะนี้แล... 

videokeman mp3
A Girl Can Dream – Nina Song Lyrics