Title : เตียงที่ว่างเปล่า

Pairing : FW/GW

Author : SaTurN

Warning : Y

Category : Romance / Sad Ending

Rate : NC-15 (ถึงป่ะนิ ไม่ชัวร์)

Note : เนื่องจากคนเขียนไม่มั่นใจว่าคนไหนพี่ คนไหนน้อง(เพราะไม่มีใครบอกตรงกันเลย) จึงมั่วเอาเองว่าเฟร็ดเป็นพี่เนอะ(ถึงส่วนใหญ่เขาบอกว่าเฟร็ดเป็นน้องกันนะ แต่เค้าชอบงี้อ่ะ อิอิ)   ถึงจะไม่เศร้า แต่ก็ช่วยเศร้าหน่อยนะจ๊ะ เพราะคนเขียนเศร้าไปแล้ว โฮกกก

Disclaimer: เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง ตัวละครสถานที่ในเรื่องเป็นสิทธิสมบัติของ เจ เค โรวลิ่ง, วอร์เนอร์ บราส์, บลูมส์บิวรี่, นานมี, ฯลฯ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เตียงที่ว่างเปล่า                 

                       ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่กว้างขวางมากนักมืดสนิท   ไร้ซึ่งสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ แสงไฟจากทางเดินด้านนอกค่อยๆ สาดเข้ามาตามความกว้างของประตูห้องที่ถูกเปิดออก   เผยให้เห็นตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ตรงมุมหนึ่งของห้อง ตู้ใบนั้นมีประตูบานพับสองบานซึ่งบานด้านขวานั้นถูกเปิดทิ้งไว้ เสื้อผ้ากองระเกะระกะไม่เป็นระเบียบโผล่พ้นขอบตู้ออกมาต่างจากบานพับอีกด้านที่ปิดสนิท    ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเข้ามาก่อนจะปิดประตูตามหลังทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง               

                        เขาถอดเสื้อคลุมตัวยาวสีม่วงสดแขวนบนตะขอที่ติดอยู่ข้างพนัง   บนนั้นมีเสื้อคลุมลักษณะเดียวกันแต่ดูสะอาดสะอ้านเหมือนได้รับการดูแลรักษาอย่างดีแขวนอยู่ก่อนแล้ว    สายตาที่เริ่มชินกับความมืดของเขามองเสื้อสองตัวที่แขวนอยู่คู่กันนั้นอย่างว่างเปล่า    ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ กวาดสายตามองไปยังเตียงเดี่ยวสองเตียงซึ่งบัดนี้ถูกเลื่อนแยกจากกันกลับไปอยู่ในที่ๆ ควรจะอยู่เรียบร้อย   แววประหลาดบางอย่างฉาบฉายอยู่ในตาคู่นั้นเพียงแวบเดียวก่อนจะหายไป   เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่อยู่ชิดพนังฝั่งขวาอย่างอ่อนล้า   การเหน็ดเหนื่อยกับงานที่เขารักมาตลอดทั้งวันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่นัก  

                         ชายหนุ่มเหม่อลอยมองเพดานห้อง   ทุกอย่างตกอยู่ในความสงบเงียบ ...และมืดมิด   เขาหลับตาลงแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง   ไม่ได้รู้สึกว่าตอนกลางคืนมันว่างเปล่าและน่ากลัวอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ?

                       นายกลัวใช่ไหม? เสียงเล็กๆ เอ่ยถามเขาจากข้างเตียง   ใบหน้าใสที่มีผมสีแดงเพลิงส่งยิ้มมาให้ด้วยดวงตาเป็นกระกาย   เขาจึงพยักหน้าให้เด็กคนนั้นช้าๆ   ร่างเล็กๆ ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มวิ่งข้ามฝากไปยังเตียงที่อยู่อีกฝั่งก่อนจะออกแรงลากเตียงนั้นสุดกำลังที่เด็กเล็กๆ คนหนึ่งจะทำได้   เด็กชายอีกคนที่มีลักษณะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนซึ่งนอนอยู่บนเตียงทางด้านขวาผุดลุกขึ้นมองอย่างประหลาดใจ

                          นายจะทำอะไรน่ะเขาร้องออกมาเมื่อเด็กน้อยในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มลากเตียงมาจนติดกับเตียงของเขาแล้วปีนขึ้นมาบนเตียง   มือเล็กๆ เอื้อมมาจับมือของเขาไว้   เขาเห็นนิ้วเรียวขาวซีดของทั้งสองจับกันแนบแน่นก่อนทั้งสองจะล้มตัวลงนอนบนเตียงของตน

                         นี่ไง   ที่นี่นายก็ไม่ต้องกลัวแล้วเด็กชายบนเตียงฝั่งซ้ายส่งยิ้มมาพร้อมกระชับมือที่ทั้งสองจับกันไว้ให้อีกฝ่ายได้อุ่นใจ

                         เฟร็ด..เสียงเล็กๆ ของเขาครางออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านนิ้วเรียวที่เกาะเกี่ยวกันไว้   

                        ถ้านายฝันร้ายล่ะก็ ฉันจะอยู่ข้างๆ นายเอง   ไม่มีอะไรมาทำร้ายนายได้อีกแล้วแล้วจอร์จ

              จริงนะ

              ฉันจะอยู่ข้างๆ นาย ฉันสัญญา 

                    นายสัญญาแล้วนะ...  

 

              เฮ้ เฟร็ด   นายทดลองอันนี้รึยังเขาถามแล้วหยิบลูกอมเม็ดเล็กสีแดงสดขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ   แต่พอทำท่าจะเอาใส่ปากมือใหญ่ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็รีบเอื้อมมาคว้ามันไปเข้าปากตนเองทันที

                        เขามองเด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับส่องกระจกส่งยิ้มมาให้   ก่อนใบหน้านั้นจะเริ่มซีดลงจนน่าตกใจ   เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อก่อนจะเริ่มหายใจติดขัด

                      นายเป็นอะไรน่ะ ห้ามตายนะเขาวิ่งพรวดเข้าไปประคองร่างที่ล้มทั้งยืนนั้นไว้    นิ้วเรียวตบใบหน้าซีดเผือดนั้นเต็มแรงด้วยลมหายใจของร่างในอ้อมแขนรวยริน

              เฟร็ดหลุดหัวเราะพรืดออกมาเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของน้องชายฝาแฝด   เด็กหนุ่มลูบแก้มที่โดนตบเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากอ้อมแขนของเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

               ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า

         ใครใช้ให้นายเล่นบ้าๆ แบบนี้ฮะ!” เขาเขวี้ยงข้าวของที่พวกเขาทดลองสร้างขึ้นรอบๆ ตัวใส่พี่ชายฝาแฝดไม่ยั้ง   ที่มาทำให้เขาเป็นห่วงแบบนี้

               ถ้านายตายไปฉันจะทำยังไงเล่าเฟร็ดจับมือที่ตั้งท่าจะเขวี้ยงไม้กายสิทธิ์ปลอมใส่ตนเองไว้แล้วพูดอย่างอ่อนใจ

                ฉันไม่ทิ้งนายไปหรอกน่าเฟร็ดดึงร่างของเขาเข้าไปกอดไว้หลวมๆ เมื่อเขาเริ่มทำท่าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมา

                ไม่ต้องกลัว พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป   เขาหลับตาอยู่ในอ้อมกอดพี่ชาย   เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาของเฟร็ดที่ข้างหูยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำที่เลือนราง 

          นายโกหกอีกแล้วเฟร็ด...  

 

 

          เฟร็ด นายอยู่ไหนน่ะ!” เขาตะโกนก้องโถงทางเดินในปราสาท   พยายามมองฝ่าฝุ่นคลุ้งและกลุ่มคนที่วิ่งกันวุ่นวาย   ทั้งสมาชิก ก.ด. คนของภาคีและพวกผู้เสพความตาย   เขาเห็นท็องส์วิ่งหลบชายในชุดคลุมคนหนึ่งไปอีกด้าน   แล้วจู่ๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาจนน่าตกใจ   เขาทรุดตัวลงกับพื้น   เรี่ยวแรงทั้งหมดสูญหายไปอย่างฉับพลันเหมือนร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดถูกฉีกกระฉากออกไปตลอดกาล   เด็กหนุ่มหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกดังหัวใจของเขาได้แตกเป็นเสี่ยงๆ ความรู้สึกหวาดกลัวโจมตีเขาอย่างหนัก   เด็กหนุ่มเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ต่อสู้และส่งเสียงกันวุ่นวาย...เพียงลำพัง

               ผู้เสพความตายคนหนึ่งกำลังเงื้อไม้กายสิทธิ์ขึ้นสูงหวังปลิดชีพของเด็กหนุ่มที่ล้มลงบนพื้นตรงหน้า           

           ‘จอร์จระวัง!’ เสียงของเฟร็ด   เสียงนั้นเบาจนเขาไม่สามารถจับทิศทางได้   แต่ก็รู้ได้ว่าเฟร็ดอยู่ใกล้ๆ นี้เอง   เขาหันไปด้านหลังทันร่ายคำสาปสะกดนิ่งใส่ผู้เสพความตายคนนั้น   เขาเพ่งสายตามองหาพี่ชายอีกครั้ง   แต่มันไม่ง่ายเลยในสถานการณ์แบบนี้

                  จำไว้   ไม่ว่ายังไงฉันจะอยู่ข้างๆ นายเขาได้ยินเสียงของเฟร็ดตะโกนมาจากโถงทางเดินอีกด้านหนึ่ง   เด็กหนุ่มพยุงร่างกายที่หนักอึ้งข้ามร่างของผู้เสพความตายหลายคนตามเสียงนั้นไป   แต่ก็พบเพียงซากหินแตกกระจาย   และทางเดินที่ว่างเปล่า

                   แล้วการต่อสู้ก็หยุดลงเมื่อคนที่คุณก็รู้ว่าใครประกาศสงบศึกชั่วคราว   เพื่อยื่นข้อเสนอให้กับแฮร์รี่

                    เขารวบรวมกำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดรีบรุดเข้าไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ในห้องโถงใหญ่   ในที่สุดเขาก็เจอเฟร็ดกับทุกคนรออยู่ก่อนแล้ว   เขาโซเซเข้าไปหาพี่ชายที่นอนนึ่งสนิทอยู่ท่ามกลางวงล้อม   ในหัวของเขาว่างเปล่า

                   เฮ้   เฟร็ดโดนสะกดนิ่งหรอ เขาประคองศีรษะของร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมาวางบนตักแล้วมองหน้าคนในครอบครัวทีละคน แต่ทุกคนกลับพากันหลบตาเขา...  

 

             นี่ร้านของเราจริงๆ หรอเนี่ย   ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เขาหมุนตัวรอบๆ มองสำรวจทุกซอกมุมของร้านเล็กๆ ในตรอกไดแอกอน

                      ช่ายยย....ของเราสองคน   พวกเรากำลังฝันดีสุดๆ เสียงเฟร็ดที่กำลังเดินลงบันไดมาเอ่ยตอบเขา

                     ขอบคุณพระเจ้า เขาแทบจะก้มลงจูบพื้นร้าน   ที่ในที่สุดความฝันของเขาและพี่ชายก็เป็นจริง

                    นายต้องไปขอบคุณแฮร์รี่ต่างหาก   พระเจ้าไม่เกี่ยวซะหน่อย ร่างสูงของเฟร็ดก้าวขายาวๆ มาโอบไหล่เขาพาเดินขึ้นบันได   ไปดูห้องนอนใหม่กันดีกว่า 

             ฉันขอเตียงขวา เขากระโดดใส่เตียงที่อยู่ชิดพนังด้านขวาทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง

                     อะไรอ่ะ! ฉันจองแล้วนะ เฟร็ดพุ่งเข้ามาใส่เขาอย่างรวดเร็ว   แต่เขาก็ยกมือขึ้นกันไว้

                    ช้าไปแล้วพี่ชาย   ไปนอนเตียงนู้นไปเขาโบกมือไล่พลางทำท่าให้พี่ชายฝาแฝดไปนอนอีกเตียงที่อยู่ชิดพนังด้านซ้ายแทน

                    งี้ก็เหมือนห้องที่บ้านเลยอ่ะดิ เฟร็ดบ่นงึมงำ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ได้ยิน

                    ก็ดีสิ เหมือนอยู่บ้านเลย   ฉันรู้ว่านายจะต้องคิดถึงบ้าน   เขาเอ่ยขึ้นขณะมองไปรอบๆ ห้อง   จึงไม่ทันสังเกตพี่ชายที่ทำตาโตแล้วมองหน้าเขา

                    เขาคอยดูแลเรื่องข้าวของและสินค้า   พี่ชายฝาแฝดของเขาจึงเป็นคนจัดการเรื่องร้านและการตกแต่งทั้งหมด   จอร์จเห็นว่าที่ปลายเตียงฝั่งซ้ายด้านตรงข้ามกับประตูมีตู้เสื้อผ้าใบใหญ่อยู่   เขาจึงลุกไปเปิดประตูบานพับฝั่งขวาออก

                    งั้นฉันใช้ฝั่งขวาแล้วกัน   จะได้เหมือนตอนอยู่ที่บ้านไง เขาออกความเห็นกับพี่ชายแต่ก็มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา  

                    นายคิดถึงบ้านใช่ไหมเฟร็ด   แต่ฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นเลย  ชายหนุ่มเอ่ยกับความเงียบที่แสนปวดร้าวอีกครั้ง...   ภาพห้องนอนที่นี่ซ้อนทับกับที่บ้านอย่างห้ามไม่ได้  

                   ตอนเช้าแม่เข้ามาปลุกเขาเพียงคนเดียวแต่กลับละเลยอีกเตียงที่ฝั่งตรงข้ามไป เขาสังเกตว่าแม่พยายามจะไม่มองไปทางนั้นแม้แต่นิด   เด็กหนุ่มเดินงัวเงียลงบันไดไปด้วยความหงุดหงิดจนถึงห้องครัว   ที่โต๊ะอาหารทุกคนรอเขาอยู่กันพร้อมหน้า เช้านี้มีแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่มาร่วมโต๊ะด้วย   เขาตรงไปยังเก้าอี้สองตัวที่ถูกเว้นว่างไว้ให้พวกเขาแล้วนั่งลงบนตัวฝั่งขวา   การรับประทานอาหารเป็นไปอย่างเงียบเชียบ   ไร้บทสนทนาใดๆ จนเขาตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นทุกคนไม่มีท่าทางสนใจ แสร้งทำเหมือนลืมเลือนไปเสียอย่างนั้น

                      แม่ฮะ แล้วซุปของเฟร็ดล่ะ ของมองชามซุปและจานที่ว่างเปล่าตรงที่นั่งของพี่ชาย

                   เอ่อ...ไม่มีหรอกจ๊ะแม่ของเขาตอบเสียงแผ่วเบาและสั่นเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าอาเธอร์แล้วถอนหายใจ

                    ผมขอขนมปังอีกสิฮะ

            แต่ลูกกินไปสองก้อนแล้วนะจอร์จ นางวิสลีย์หันหลับมามองลูกชายร่างสูงพลางเลิกคิ้วขึ้น

                  แม่ผิดแล้ว   ผมเฟร็ดต่างหาก ให้ผมกินด้วยสิเขาเลื่อนตัวไปนั่งที่เก้าอี้ว่างเปล่าข้างๆ แล้วยกจานว่างเปล่าให้แม่ดู   สายตาทุกคู่บนโต๊ะจับจ้องมาที่เขา   เขาได้ยินเสียงเฮอร์ไมโอนี่ทำช้อนตกกระทบจานเสียงดัง   และจินนี่ที่ยกมือขึ้นปิดปากสูดหายใจ   รอนซึ่งนั่งตรงข้ามกับเขาที่หยุดสนใจอาหาร วางช้อนลงแล้วเอื้อมมือมาจับเขาไว้พลางจ้องตาของเขานิ่ง

                    เมื่อไหร่นายจะเข้าใจสักที   เฟร็ดตายไปแล้วจอร์จ เขาไม่อยู่กับเราแล้วสิ้นเสียงของรอนมีเสียงช้อนตกอีกครั้งซึ่งน่าจะมาจากเฟลอร์   จินนี่กับแม่เริ่มสะอื้น   เฮอร์ไมโอนี่เอามือปิดหน้าบดบังหยาดน้ำตาแล้วหันไปอีกทาง   พี่ๆ มองมาที่เขาอย่างเป็นห่วง   

                   ตึง!  เขาทุบโต๊ะสุดแรง   ทุกคนสะดุ้งแต่ก็ยังไม่ยอมละสายตาไปจากเขา   เขารู้สึกถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว   ในหัวปวดร้าวราวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ  

                 โกหก   เฟร็ดยังอยู่ข้างๆ ฉันเสมอ   เขาบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เขาได้ยินเสียงแหบพร่าที่ยากจะควบคุมไม่ให้สั่นของตนเองตะโกนลั่น   เขาลุกพรวดขึ้นแล้วหมุนตัวออกมาจากที่นั่น    เขาจะไม่กลับไปที่นั่นอีก   ทุกคนที่นั่นทำเหมือนพี่ชายของเขาไม่มีตัวตน!

            แล้วนายยังจะคิดถึงคนพวกนั้นอีกหรอ ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ   ห้องที่ว่างเปล่าตอบคำถามของเขาด้วยความเงียบอีกครั้ง... 

            นายยังอยู่ข้างๆ ฉันใช่ไหมเฟร็ด...                 

                     เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เสียงของเฟร็ดยังก้องในโสตประสาทของชายหนุ่ม   เขาห่อตัวด้วยความหนาว   ไม่ใช่อากาศแต่เป็นความรู้สึกของเขาเอง   ห้องนอนเล็กๆ กลับดูกว้างขึ้นมาเมื่อต้องอยู่เพียงลำพัง   ชายหนุ่มลืมตาอยู่ในความมืด   เขาพลิกตัวหันหน้าไปหาเตียงฝั่งตรงข้ามร่างของเด็กหนุ่มผมแดงที่มีใบหน้าเหมือนเขาส่งยิ้มกลับมาให้               

                        นายกลัวใช่ไหม เสียงที่เอ่ยถามเขานั้นทอดอ่อนอย่างปลอบประโลม   เขาจึงพยักหน้าให้เด็กหนุ่มคนนั้น   แล้วร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มคนนั้นก็ก้าวลงจากเตียงแล้วออกแรงลากเตียงนั้นสุดกำลังเท่าที่แรงของเด็กวัยรุ่นผอมแห้งคนหนึ่งจะทำได้จนเตียงของทั้งคู่มาอยู่ชิดกัน   เจ้าของชุดนอนสีน้ำเงินเข้มกลับขึ้นมาบนเตียงตัวเอง   เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขา มือใหญ่เอื้อมมาเกาะกุมมือของเขาไว้    ความอบอุ่นส่งถึงกันผ่านนิ้วเรียวขาวซีดของทั้งสองที่เกี่ยวกระหวัดกันแนบแน่นเหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก    ดวงตาทั้งสองคู่สบกันนิ่งนาน               

                           ฉันรู้จอร์จ ฉันเองก็กลัวเด็กหนุ่มเอ่ย ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มให้กำลังใจน้องชายอย่างฝืดฝืนเต็มที่    แต่นี่เป็นความตั้งใจของเราทั้งสองคน’  

                 รู้เฟร็ด   ฉันรู้ แต่... เขาตั้งท่าจะเถียง   เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันยิ่งใหญ่เกินกำลังพวกเขา มันไม่ใช่เรื่องราวป่วนโรงเรียนเล็กๆ เหมือนที่พวกเขาเคยทำสมัยอยู่ฮอกวอตส์   แต่นี่คือสงครามครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างความมืดและแสงสว่าง   ยากจะจินตนาการนักว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

                           ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงตัวเองจอร์จ   ภาคีกับแฮร์รี่ก็ต้องการเรา เด็กๆ ก็ต้องการเรา   รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มีแต่เราเท่านั้นที่ช่วยพวกเขาได้   พรุ่งนี้เช้าเราจะไปสมทบกับภาคี หลังจากนั้นเราจะไปรับแฮร์รี่ และไปงานแต่งบิลกับเฟลอร์   ไม่มีอันตรายอะไรเลยเฟร็ดกล่าวปลอบ   มืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นปัดปอยผมสีแดงที่ตกลงมาปรกหน้าผากของน้องชายฝาแฝดช้าๆ

                          เราจะห่างกันแค่แป๊ปเดียว   แล้วเราจะไม่แยกจากกันอีก...ตลอดไปใบหน้าขาวซีดส่งยิ้มบางๆ ให้เขา

                         ...ตลอดไป?เขาได้ยินเสียงสั่นๆ ของตัวเองเอ่ยถามต่อประโยคของพี่ชายฝาแฝด

                         ใช่จอร์จ  ตลอดไปเฟร็ดเอ่ยย้ำประโยคนั้น   ถึงแม้ในใจจะรู้สึกหวาดกลัวก็ตาม

                       ฉันรักนายนะเด็กหนุ่มตรงหน้ายกตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วก้มหน้าเข้ามาใกล้เขา   จอร์จเห็นใบหน้าของตัวออกมองตอบกลับมาจากดวงตาคู่นั้นก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆ ของพี่ชายจะสัมผัสกลีบปากของเขาเบาๆ แล้วผละออก

                      ยี้ ทำอะไรเนี่ย เขาร้องถาม ดวงตาเบิกกว้างมองพี่ชายฝาแฝดอย่างไม่เชื่อสายตา

                      นายรังเกียจตัวเองรึไง

              นายต่างหาก    แหวะ ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่เขาก็อดรู้สึกสั่นไหวเล็กๆ ในใจไม่ได้ 

             ฉันก็คือนาย   ฝาแฝดมีสองประเภท   คือแฝดไข่คนละใบ และแฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน เราคือหนึ่งเดียวกันที่แยกมาจากคนๆ เดียวกัน

              นายกับฉัน

             ฉันกับนาย   เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน   ทั้งหมดของฉัน...เป็นของนายพี่ชายฝาแฝดของเขาเผยยิ้มเล็กน้อย   ริมฝีปากบางสัมผัสเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้อ่อนหวานและเนินนาน   ซึ่งเขาตอบรับจุมพิตนั้นอย่างยินดี   เขาเผยอปากรับเรียวลิ้นร้อนที่เลียเล็มและหยอกล้อเขาอย่างอ่อนโยน   แขนอีกข้างหนึ่งยกขึ้นโอบลำคอของพี่ชาย   เกี่ยวรั้งให้ทั้งสองแนบชิดกันยิ่งขึ้นขณะที่มือทั้งสองยังคงเกาะกุมกันไว้แน่นเหมือนจะไม่ยอมพรากจากกัน...

                      ฉันก็รักนาย   เฟร็ดเขากระซิบคำรักเบาๆ ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดมวลถึงคนที่เขารักมากที่สุด    คำบอกรักของเขาเคยเรียกรอยยิ้มหวานจากใบหน้าใสที่เหมือนเขาราวกับแกะของพี่ชายฝาแฝดได้ดี    แต่บัดนี้เขาพร่ำร้องถ้อยคำนั้นเป็นพันครั้ง   ขอบตาของเขาร้อนผ่าว   ภาพใบหน้าของพี่ชายฝาแฝดพร่าเลือนจนมองแทบไม่เห็นเมื่อน้ำใสๆ เอ่อล้นและไหลผ่านผิวแก้มของเขาลงบนหมอนนุ่มจนเปียกชื้น   เขากระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยดน้ำตา   หวังเพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นอีกครั้ง   

                       ...เฟร็ด นายยังได้ยินคำบอกรักของฉันอยู่ไหม?

                  สัมผัสที่อ่อนหวานและนุ่มนวลยังอ้อยอิ่งอยู่บนเรียวปากที่แห้งผาก   ผิวขาวซีดยังคงถึงรู้สึกอ้อมกอดอบอุ่นที่เคยโอบปลอบประโลมเขาทุกครั้งหวาดกลัว   แต่ภาพของเฟร็ดหายไปแล้ว   เตียงเดี่ยวสองเตียงยังคงแยกกันอยู่คนละฟากห้องเหมือนตอนที่เขาก้าวเข้ามา   และชายหนุ่มยังคงนอนอยู่บนเตียงทางด้านขวาเพียงลำพัง...    

                      เขากำมือช้าๆ หวังว่าจะรู้สึกถึงนิ้วเรียวที่เคยเกาะกุมกันไว้เสมอแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า   ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้พาเอาความรู้สึกอบอุ่นเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่บนตัวเขาให้หายไปด้วย   เขามองเตียงฝั่งตรงข้าม   เตียงที่ไร้ร่างของพี่ชายส่งยิ้มมาให้เหมือนเคย   ...เตียงที่ว่างเปล่า   

 

 

* * * * * * *   

                        เสื้อคลุมสีม่วงสดสองตัวแขวนอยู่คู่กันบนพนัง   แต่กลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวเสียเหลือเกิน

                       ชายหนุ่มในเสื้อไหมพรมปักอักษรย่อตัว F กลับด้านตัวใหญ่ กลางหน้าอกยืนมองตรงมาแล้วยิ้มน้อยๆ ให้เขา   เขาเอื้อมมือไปหาใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นอย่างโหยหา   แต่ก็สัมผัสได้เพียงแผ่นกระจกเย็นเฉียบที่ไม่อาจให้ความรู้สึกถึงชีวิตของชายหนุ่มผมแดงในนั้น   ดวงตาสองคู่สบประสานกันนิ่งนาน   เขาเห็นภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น

                       นายยังอยู่กับฉันใช่ไหมเฟร็ด เขาเอ่ยถามใครคนนั้นอย่างไม่แน่ใจ   แอบหวังน้อยๆ ให้ริมฝีปากบางขยับตอบเขา 

               

               พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...  ฉันสัญญา               

* * * * * * * 

ปล. เขียนไปเขียนมาแลดูคล้ายเพลงประกอบเรื่องแฝดยังไงอย่างงั้น แต่ไม่ถูกชะตามาช่าเป็นการส่วนตัวSo เพลงประกอบฟิคนี้จึงเป็น     เรื่องที่ไม่จบ - โรส

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันเศร้าอ่ะแก~~~~ขอไม่อ่านได้มั้ย ตอนเฟร็ดตายมันยังหลอกหลอนอยู่เลยอ่ะ ฮือๆๆๆๆ อ๊ากกกกกกกก เฟร็ดของช้านนนนนนนนนนนน~~TToTT
ปล.บิกินี่มาแล้วนะเว้~

#1 By AbaddonEidos on 2008-05-10 01:24

โอ้กกกก
คู่ฝาแฝดพี่น้องนี่ชอบเค่อะ
อ้ากกก แต่เศร้าชิบTTATT
"เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"
ฟังแล้วจี๊ดวะ!!